คณะผู้แทนประเทศไทยที่ได้รางวัลจากการแข่งขันฟิสิกส์โอลิมปิกระหว่างประเทศ ครั้งที่ 43 จะเดินทางกลับมาถึงสนามบินสุวรรณภูมิ ในวันพุธที่ 25 กรกฎาคม 2555 เที่ยวบิน TG 923 เวลา 12.50 น. โดย สสวท. จะจัดพิธีต้อนรับที่ชั้น 2 ด้านในประตูที่ 1 สนามบินสุวรรณภูมิ นางพรพรรณ ไวทยางกูร ผู้อำนวยการสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) เปิดเผยถึงผลการแข่งขันฟิสิกส์โอลิมปิกระหว่างประเทศ ครั้งที่ 43 ที่จัดแข่งขันในวันที่ 15 – 24 กรกฎาคม 2555 ณ เมืองทาลลินน์ และตาร์ตู ประเทศเอสโตเนีย จากการลงมติของที่ประชุมคณะกรรมการนานาชาติ การแข่งขันฟิสิกส์โอลิมปิกระหว่างประเทศ ครั้งที่ 43 ผลอย่างเป็นทางการ ปรากฎว่านักเรียนไทยสามารถคว้าเหรียญรางวัล3 เหรียญทอง 1 เหรียญเงิน 1 เหรียญทองแดง ได้แก่
เหรียญทอง นายปภพ สวัสดี โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา และทำคะแนนได้เป็นอันดับที่ 6 ของผู้เข้าร่วมการแข่งขันทั้งหมด
นายณัฐนันท์ ตันติวัสดาการ โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย
นายพุฒิพงศ์ วรศรัณย์ โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์
เหรียญเงิน นายพงศภัค สวัสดิรักษ์ โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา
เหรียญทองแดง นายศุภณัฐ ธนศิลป์
นายณัฐนันท์ ตันติวัสดาการ โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย
นายพุฒิพงศ์ วรศรัณย์ โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์
เหรียญเงิน นายพงศภัค สวัสดิรักษ์ โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา
เหรียญทองแดง นายศุภณัฐ ธนศิลป์
โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ ประเทศที่เข้าร่วมการแข่งขันฟิสิกส์โอลิมปิกระหว่างประเทศ ครั้งที่ 43 ครั้งนี้ มีจำนวนทั้งหมด 81 ประเทศ จำนวนนักเรียนที่เข้าร่วมแข่งขัน 378 คน นายปภพ สวัสดี ทำคะแนนได้เป็นอันดับที่ 6 ของนักเรียนทั้งหมด ส่วนลำดับที่ 1 เป็นของนักเรียนประเทศฮังการี ลำดับที่ 2 -3 เป็นของนักเรียนจากสาธารณรัฐประชาชนจีน ลำดับที่ 4 - 5 เป็นของนักเรียนจากไต้หวัน
สำหรับคณะอาจารย์ผู้ควบคุมทีม ประกอบด้วย ดร. พิเชษฐ กิจธารา มหาวิทยาลัยมหิดล ดร. สิรพัฒน์ ประโทนเทพ วิทยาลัยนาโนเทคโนโลยีพระจอมเกล้าลาดกระบัง รองหัวหน้าทีม รศ. สุวรรณ คูสำราญ มูลนิธิ สอวน. ผู้ช่วยหัวหน้าทีม นายรักษพล ธนานุวงศ์ สสวท. ผู้จัดการทีม
นายปภพ สวัสดี (สต๊อก) วัย 17 ปี ชั้น ม. 6 โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา กล่าวว่า ในความคิดของตนนั้น โครงการโอลิมปิกวิชาการช่วยให้นักเรียนไทยสนใจเรียนรู้วิทยาศาสตร์เพิ่มขึ้น แต่ไม่ได้หมายความว่าการที่ประเทศไทยได้เหรียญรางวัลจำนวนมากจะทำให้วิทยาศาสตร์ในประเทศดีขึ้น กระบวนการในการคัดเลือกต่างหากที่เป็นตัวจุดประกายให้นักเรียนมีความตั้งใจที่จะพัฒนาตนเองเพื่อเข้าโครงการ อนาคตอยากเป็นนักวิทยาศาสตร์ วิศวกร หรือนักวิจัย ตั้งใจอยากพัฒนาอุปกรณ์เครื่องมือต่าง ๆ เช่น อุปกรณ์ทางการแพทย์ หรือเครื่องมือทางอุตสาหกรร
มนายณัฐนันท์ ตันติวัสดาการ (แนท) วัย 18 ปี ชั้น ม. 6 โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย วิชาที่รักที่สุดคือ ฟิสิกส์ ดาราศาสตร์ และดนตรีที่ทำให้ช่วยผ่อนคลาย หลังจากนี้จะรับทุนเล่าเรียนหลวงไปศึกษาต่อ อยากกลับมาเป็นอาจารย์ สอนหนังสือและทำวิจัย เพื่อพัฒนาบุคลากรและวิชาการความรู้ภายในประเทศของเรา
นายพุฒิพงศ์ วรศรัณย์ (ตัง) วัย 18 ปี ชั้น ม. 6 โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ บอกว่า ชอบเรียนฟิสิกส์และคณิตศาสตร์ เพราะเป็นวิชาที่เรียบง่ายและสวยงาม ใช้ความเข้าใจมาก ไม่ได้เน้นที่ท่องจำ อยู่ที่โรงเรียนจะคอยสอนเพื่อน และนัดรุ่นน้องมาสอนเป็นประจำ เพราะที่ผ่านมารุ่นพี่ก็ติวให้เรา จึงคิดว่ารุ่นน้องก็คงต้องการเราเหมือนที่เราต้องการรุ่นพี่มาสอน อนาคตจะรับทุนโอลิมปิกวิชาการไปศึกษาต่อต่างประเทศ อยากกลับมาเป็นอาจารย์และนักวิจัย จะมาสอน ถ่ายทอดความรู้ให้เยาวชนรุ่นใหม่ และอยากทำวิจัยเพื่อพัฒนาประเทศให้ก้าวไกลกว่านี้
นายพงศภัค สวัสดิรักษ์ (แอมป์) วัย 18 ปี ชั้น ม. 6 โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา กล่าวว่า นอกจากฟิสิกส์ซึ่งตนเองมีความถนัดแล้ว ยังชอบวิชาเกี่ยวกับการทำอาหาร เพราะสนุก เทคนิคการเตรียมตัวก่อนไปแข่งขันคือทบทวนความรู้และป้องกันความเคีรยดโดยไม่คิดอะไรมากเกินไปเพียงแต่ตั้งใจทำให้ดีที่สุด
นายศุภณัฐ ธนศิลป์ (ไปป์) วัย 18 ปี ชั้น ม. 6 โรงเรียนมหิดลวิทยานุสรณ์ นอกจากจะชอบเรียนฟิสิกส์ การเรียนศิลปะที่ตนเองชอบยังทำให้มีมุมมองเกี่ยวกับสิ่งต่างๆ ที่หลากหลายขึ้น อีกทั้งยังช่วยคลายเครียด “อนาคตอยากพัฒนาวิทยาศาสตร์ของประเทศไทยให้ก้าวหน้ามากยิ่งขึ้น”
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น